ศาสนจักร

posted on 02 Apr 2012 01:32 by scriptophobia
ศาสนจักร
 
 
ว่าด้วยศาสนาของอาณาจักรแห่งนี้

ข้อพึงระวัง : มันไม่ใช่ศาสนาคริสต์! (แม่งานไม่ต้องการดรามา)

 
 
"จงเชื่อ เพื่อความเป็นนิรันดร์"
 
 
"เทพเจ้าคือผู้ครอบครองความเป็นนิรันดร์ และจะมอบนิรันดรนั้นแก่ผู้ศรัทธาอย่างสุดหัวใจ
เจ้าจะไม่ต้องโศกเศร้า ไม่ต้องเห็นคนที่รักตายจากไป
จะไม่มีใครต้องสูญเสียอะไรอีกเลย"
 
 
 
ศาสนา(หรือนิกาย)นี้ เชื่อในความเป็นนิรันดร์ แม้แต่นักบวชชั้นสูงยังตีความหมายของ "นิรันดร" แตกต่างกันออกไป และเชื่อว่าบัดนี้ความหมายนั้นยังไม่ชัดเจน เพราะ "พลานุภาพขององค์เทพ" ได้หายสาบสูญด้วยบาปของมนุษย์ และเป็นหน้าที่อันชอบธรรมของ "บุตรแห่งเทพเจ้า" ที่จะตามหาสิ่งนั้นกลับคืนมา


นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่างูเป็นสัตว์ของเทพเจ้า เพราะมีความเป็นนิรันดร์ ไม่แก่เฒ่า
เนื่องจากเมื่อลอกคราบแล้วจะกลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง และไม่มีวันตาย (ถ้าไม่ถูกใครตีเสียก่อน)
แม้แต่ตำนานการกำเนิดประเทศลอมฟูรีส ก็เกี่ยวข้องกับงูยักษ์ที่โอบพันเกาะไว้ได้รอบ



เมื่อนั้น องค์เทพผู้ทรงพลานุภาพจากสรวงสรรค์ ทอดพระเนตรเห็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งที่แก่ชรา
สลัดผิวหนังเดิมออก แลคืบคลานออกจากกองซาก
มันกลับแข็งแรงแลอ่อนเยาว์ ดุจกำเนิดได้ใหม่จากซากศพของตนเอง
องค์เทพผู้เป็นเจ้าแห่งนิรันดรจึงตรัสด้วยสุรเสียงแผดก้อง
สะท้อนทั่วขุนเขาแลมหาสมุทร ประกาศแก่สรรพสิ่งทั้งปวงบนผืนพิภพ
 
ว่า...

"สัตว์ตัวนี้... คือความเป็นนิรันดร์"

คัดลอกส่วนหนึ่งจากมหาคัมภีร์ในยุคแรก ที่องค์เทพผู้เกรียงไกรเสด็จเยือนผืนแผ่นดิน
แลมอบสัญญาอันเป็นนิรันดร์แก่มวลมนุษย์
 
 
 
สัญลักษณ์ของผู้ศรัทธาคือ วงแหวนงูสองสีขดกินหางตนเองอยู่ แสดงถึงชีวิตที่เกิดขึ้นจากภายในตัว วนเวียนไปไม่มีวันจบสิ้น
 
 
 
สถานการณ์ของศาสนจักรในช่วงเวลานี้
- ผู้นำทางศาสนา หรือ "นักบวชสูงสุด" (อายุ 67 ปี) กำลังล้มป่วยด้วยโรคส่วนตัว (สายข่าวกล่าวมาว่าอาจโดนวางยาจากผู้ที่คิดเห็นต่างในหรือนอกองค์กร หรือไม่งั้นก็แค่เครียดกับบุตรแห่งเทพเจ้าที่มีศักดิ์เป็นหลานปู่มากเกินไป)
 
- นักบวชระดับสูงมีความเห็นไม่ลงรอยกันเรื่องการตามหาชิ้นส่วนแห่งองค์เทพ ว่าเป็นการตามหาพลังอำนาจขององค์เทพ หรือเรื่องเล่าไร้สาระกันแน่
 
 
 
 
[จบการอธิบายหลักสำคัญของศาสนาในอาณาจักรนี้]
 
[ต่อไป... ว่าด้วยผู้นำการออกตามหา "ชิ้นส่วนแห่งองค์เทพ" ของศาสนจักร
ฤๅ ที่เรียกขานกันว่า "บุตรแห่งเทพเจ้า"]
 
 
 
 
 
 
 
ขอบคุณภาพจากบร๊ะ babua จ้า XD
 
 
 
ชื่อ : อาร์คบิชอป ลูเครซ ฮวน วาแคนติ [Lucrez Juan Vacanti]
(ชื่อสามัญ : บุตรแห่งเทพเจ้า)
 
จำนวนชิ้นส่วนในครอบครอง : 0 ชิ้น


เพศ : เด็กเวร หนุ่มแร่ช

อายุ : 14 หยกๆ

ส่วนสูง : 164   น้ำหนัก : 60 Kg.
 
ลักษณะของบุตรแห่งเทพเจ้า :
- บุตรแห่งเทพเจ้าผมสีแดง ไว้ยาวแต่ตัดไม่ค่อยเท่ากัน ถักเป็นเปียร้อยกระพรวนเป็นระยะ และไปกองที่ปลายเหมือนงูหางกระดิ่ง
- บุตรแห่งเทพเจ้ามีดวงตาสีเทาเงิน
- บุตรแห่งเทพเจ้ามีรอยยิ้มเทพบุตรเมื่ออยู่ต่อหน้าสานุศิษย์
- ปกติแล้ว บุตรแห่งเทพเจ้าจะสวมเสื้อคลุมสีแดงแก่ของนักบวชชั้นสูงตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่เวลานอน

 
- บุตรแห่งเทพเจ้ามีเพื่อนสนิทเป็นงูหางกระดิ่งตัวยาวกว่าแขนเล็กน้อย นามว่า "เชซาเร่" และพาไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา
 
- บุตรแห่งเทพเจ้าชอบรับประทานของหวาน และเกลียดอาหารรสเผ็ด
 
- บุตรแห่งเทพเจ้าสามารถทำอะไรได้เหมือนคนทั่วไปเขาทำกัน และบางทีก็ทำไอ้เรื่องที่คนทั่วไปทำไม่ได้ได้โดยไม่ตั้งใจ
 
- บุตรแห่งเทพเจ้าสามารถใช้เวทมนตร์ได้ และมีความรู้ด้านการรักษาเช่นเดียวกับนักบวชทั่วไป แต่วิธีการรักษาออกจะไม่เป็นไปในทางเดียวกับนักบวชทั่วไป โปรดระวังตัวขณะขอความช่วยเหลือจากบุตรแห่งเทพเจ้า
 
- บุตรแห่งเทพเจ้ารับผิดชอบในหน้าที่ของตน แม้บางครั้งแสดงอาการเอาแต่ใจ แต่ส่วนใหญ่จะมีเหตุผลที่มนุษย์ทั่วไปสามารถเข้าใจได้ (บางครั้งต้องใช้ความพยายามมากหน่อย จึงจะตามสติปัญญาของ "บุตรแห่งเทพเจ้า" ทัน)
 
- พบว่าบุตรแห่งเทพเจ้าหนีออกไปเที่ยวเล่นในเมืองอยู่บ่อยครั้ง... โดยออกไปครั้งใดก็ทิ้งเสื้อคลุมที่เหมือนจะติดนักติดหนาไว้ให้ดูต่างหน้า
 
- เป็นที่เชื่อกันว่า "ท่านลุง" เป็นผู้นำกระพรวนมาติดผมให้บุตรแห่งเทพเจ้า เพราะจะได้หาตัวมันง่ายๆ ขึ้นมาหน่อย
 
- ไม่ควรเรียกบุตรแห่งเทพเจ้า ว่า "บุตรแห่งเทพเจ้า" บ่อยนัก... เดี๋ยวเหลิง
 
 
ประวัติคร่าวๆ :

โดย ปกติแล้ว ชายหนุ่มจะต้องมีอายุ15ปีขึ้นไปจึงจะสามารถเข้าเป็นนักบวชของวิหาร ศักด์สิทธิ์ได้ แต่เนื่องจากลูเครซเป็น "บุตรของสตรีศักดิ์สิทธิ์" ที่สร้างปาฏิหาริย์ให้แก่อาณาจักรนี้เมื่อสิบกว่าปีก่อน จึงถือเป็น "บุตรแห่งเทพเจ้า" และได้รับฐานะนักบวชตั้งแต่อายุยังไม่เต็ม 10 ปีดี ด้วยอัจฉริยภาพส่วนบุคคล และแรงสนับสนุนจาก "ท่านลุง" บิดาบุญธรรม (อายุ 48 ปี) ซึ่งเป็นอาร์คบิชอปเช่นกัน ลูเครซจึงไต่เต้าขึ้นมาในตำแหน่งนี้ได้ในเวลาไม่นาน
 
ไอ้ที่หมดที่เขียนมาด้านบนนั้น... โกหก
 
 
รายชื่อนักบวช
 
:: นักบวชชั้นสูง ::
เอเซเคียล แอดเดอร์ : ME0 / ME1 / ME2 / ME3 / ME4 / ME5 / ME6 / ME7
 
:: นักบวชธรรมดา ::
เฮย์ลูวิส : ME0 / ME1 / ME2 / ME3 / ME4 / ME5 / ME6 / ME7
 

 
เครื่องแบบ
- นักบวชทั่วไป สวมชุดเหมือนนักบวชธรรมดาตามที่เห็นได้ในภาพยนตร์ตะวันตก คือ กางเกงขายาวสีดำ เสื้อนอกสีดำคอปกมีแถบขาว ชายยาวหรือสั้นตามรสนิยม (ของผปค.) พึงระลึกว่านี่ไม่ใช่ศาสนาคริสต์ ไม่ต้องพกกางเขน ให้พกวงแหวนงูกินหางแทน

- นักบวชระดับสูง สวมเสื้อผ้าด้านในรัดกุม เรียบร้อย และสวมเสื้อคลุมมีฮู้ดสีแดงแก่ ยาวลากพื้นเป็นอย่างต่ำ

- สายลับ แต่งตัวตามสบาย แต่มีสัญลักษณ์ทางศาสนาติดตัวอย่างน้อย 1 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นแหวน จี้ รอยสักรูปงู ฯลฯ
 
 
 

เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับตัวละครนักบวช


อนึ่ง... เนื่องจากเป็นศาสนาสามัญประจำครัวเรือนของอาณาจักรนี้ จึงไม่จำกัดว่าฝ่ายนักบวชเท่านั้นที่จะครอบครองสัญลักษณ์นี้ได้ หรือมีความศรัทธาในศาสนา การที่เห็นคนคนหนึ่งสวดมนต์นั่นไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะเป็นนักบวช

อสอง... นักบวชจะได้ร่ำเรียนมากกว่าคนทั่วไปโดยเฉลี่ย และส่วนใหญ่มีความรู้ด้านการแพทย์เหนือกว่าคนทั่วไป มีความสามารถในการใช้สมุนไพรต่างๆ นัยว่าควบอาชีพหมอไปด้วย (แต่หลายคนก็มาร่ำเรียนวิชารักษา โดยไม่เข้าเป็นนักบวชได้เช่นกัน) ดังนั้นการแสดงว่าตัวเองเก่งแค่ไหน ก็เท่ากับบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองอาจเกี่ยวข้องกับศาสนจะกรได้เหมือนกัน (ก็ขึ้นกับสกิลการแถส่วนบุคคลต่อไป)

อสองจุดหนึ่ง... การรักษา เต็มที่คือการผ่าตัดเล็ก (กรีดแผลเอากระสุนออก ตัดแขนขาฯ ผ่าท้องทำคลอด) แต่พวกผ่าหัวใจ กระเพาะ เปิดกะโหลก ฯลฯ นี่ไม่มีนะจ๊ะ คอมมูเราเรารู้จักการฆ่าเชื้อ เชื้อโรค ฯลฯ แล้ว แต่เรายังไม่มีไฟฟ้าใช้

อสาม... ไม่มีข้อห้ามอะไรแแปลกพิลึกในศาสนามากนัก นักบวชสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แค่มีความเชื่อและอุทิศตัวให้ศาสนาเป็นหลัก ตราบใดที่ไม่ประพฤติผิดศีลธรรมมากเกินไป (ศีลธรรมคืออะไร... ละไว้ในฐานที่ทุกคนควรเข้าใจ) สามารถแต่งงานมีลูกได้ วายได้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าอยากจะถือพรหมจรรย์ก็ไม่ว่า... ให้เป็นไปตามรสนิยม(ของผปค.)เถิด

อสี่... นักบวชที่เป็นสายลับ มีหน้าที่หลักคือรวบรวมข้อมูลและค้นหาชิ้นส่วน ส่วนใหญ่จะปิดบังฐานะ แต่จะต้องมีลักษณะของนักบวชโผล่มาบ้าง เช่น สวดมนต์อย่างเคร่งครัด รักษาสัญลักษณ์ทางศาสนายิ่งชีพ

อห้า... บูชางู แต่ไม่ใช่ว่าฆ่างูไม่ได้ ถ้ามันเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินนักก็ตีๆ มันไปเถอะ แล้วไปสวดมนต์บอกองค์เทพซะนะ

อห้าจุดหนึ่ง... มีความเชื่อว่านักบวชชั้นสูงบางคนได้รับพรจากเทพเจ้า สามารถควบคุมงูได้ ส่วนนักบวชโดยทั่วไปมักมีความคุ้นเคยกับงู และรู้วิธีอยู่ร่วมกันเป็นอย่างดี (สรุปว่าถ้าหาคนตีงูไม่ได้ก็ไปเรียกนักบวชนะ)